วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2561


~ เรื่องย่อ ~~
คร้ังหนึ่งสมเด็จพระพันวษาเสด็จประพาสสุพรรณบุรีเพื่อทรงล่าควายป่า ขุนไกรพ่อของ พลายแก้วมีหน้าที่ต้อนควายป่า เผอิญควายป่าแตกตื่นขวิดผู้คน ขุนไกรจึงได้รับโทษประหาร ฝ่ายนางทองประศรีผู้เป็นภรรยาได้พาพลายแก้วซึ่งยังเล็กอยู่หนีอาญาไปเมืองกาญจนบุรี เมื่อพลายแก้ว อายุ ๑๕ ปี นางทองประศรีได้พาไปบวชเรียนที่วัดส้มใหญ่ เมื่อเรียนรู้วิชาอาคมจนจบ แล้วก็ได้ไปบวชเรียนต่อที่วัดป่าเลไลยก์เมืองสุพรรณบุรี ต่อมาพลายแก้วได้แต่งงานกับนางพิม หลังจากแต่งงานได้ ๒ วัน พลายแก้วก็ต้องยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ เมื่อได้รับชัยชนะก็ได้ นางลาวทองเป็นภรรยา
เมื่อคร้ังที่พระพันวษากริ้วเจ้าเมืองเชียงใหม่ ซึ่งส่งพระราชสาส์นมาท้าทายเป็นเหตุให้ พลายงามมีโอกาสกราบทลู อาสาและกราบทลู ขอขุนแผนให้ไปทัพด้วย ขุนแผนจึง พ้นโทษขณะรอ ฤกษ์เคลื่อนทัพ นางแก้วกิริยาก็คลอดบุตร นางทองประศรีจึงให้ช่ือหลานว่า “พลายชุมพล”
ขุนแผนกับพลายงามเคลื่อนทัพไปพักที่เมืองพิจิตร พลายงามพบรักกับศรีมาลาลูกสาว พระพิจิตรกับนางบุษบา ขุนแผนได้ขอศรีมาลาให้กับพลายงาม ศึกเชียงใหม่ขุนแผนและ พลายงามได้ชัยชนะ เมื่อกลับถึงกรุงศรีอยุธยาพลายงามได้รับพระราชทานความดีความชอบเป็น จมื่นไวยวรนาถ ได้รับพระราชทานนางสร้อยฟ้าซึ่งเป็นพระธิดาของพระเจ้าเชียงใหม่เป็นภรรยา พลายงามหรือจมื่นไวยวรนาถจึงแต่งงานกับนางสร้อยฟ้าและนางศรีมาลา ส่วนขุนแผนได้รับ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระสุรินทรไชยมไหสุริยภักดิ์ ครองเมืองกาญจนบุรี
จมื่นไวยฯ ได้ลอบขึ้นเรือนขุนช้างพานางวันทองมาอยู่ที่บ้าน ขุนช้างจึงถวายฎีกา คร้ัน พระพันวษารับสั่งให้นำนางวันทองเลือกว่าต้องการจะอยู๋กับใคร นางวันทองกราบทลู เป็นกลางว่าแล้วแต่พระพันวษาจะทรงตัดสิน พระพันวษากริ้วจึงรับสั่งให้ประหารนางวันทอง
เมื่อเสร็จงานปลงศพนางวันทองแล้ว ขุนแผนพานางแก้วกิริยาและนางลาวทองไปอยู่เมือง กาญจนบุรี นางทองประศรีกับพลายชุมพลอยู่กับจมื่นไวยฯ ครั้นต่อมานางสร้อยฟ้าได้ให้เถรขวาด ทำเสนห่ให้จมื่นไวยฯ หลงรักขุนแผนและพลายชุม พลช่วยแก้เสน์ ได้และสามารถจับตัวเถรขวาดได้ แต่นางสร้อยฟ้าไม่ยอมรับ กลับใส่ความว่านางศรีมาลาเป็นชู้กับพลายชุมพล จนต้องทำพิธีลุยไฟ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ นางสร้อยฟ้าแพ้ถูกเนรเทศไปเชียงใหม่และได้คลอดบุตรต้ังชื่อว่า “พลายยง” ส่วนนางศรีมาลาคลอดบุตรเช่นกันต้ังชื่อว่า “พลายเพชร” ฝ่ายเถรขวาดยังคงอาฆาตพลายชุมพล จึงแปลงตัวเป็นจระเข้อาละวาด พลายชุมพลอาสาปราบจระเข้เถรขวาดได้ พระพันวษาจึง พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงนายฤทธิ์

วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561

รายวิชภาษาไทยชั้น ม.6
เรื่อง เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา
~~ ความเป็นมา ~~
ขุนช้างขุนแผนเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ในพงศาวดารคำให้การชาวกรุงเก่าได้ กล่าวถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับเรื่องขุนช้างขุนแผนไว้ และจากข้อมูลพงศาวดารนี้เอง ทำให้ทราบว่า ขุนแผนรับราชการอยู่ในสมัยสมเด็จพระพันวษา คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ซึ่งครองราชย์ ระหว่าง จ.ศ. ๘๕๓ – จ.ศ. ๘๙๑ (พ.ศ. ๒๐๓๔ – พ.ศ. ๒๐๗๒)
เนื้อความในพงศาวดารคำให้การชาวกรุงเก่ามีเพียงว่า “…พระเจ้าศรีสัตนาคนหุตแห่งล้านช้าง ทรงปรารถนาจะเป็นไมตรีกับกรุงศรีอยุธยา จึงได้ทรงส่งพระราชธิดามาถวายแด่สมเด็จ- พระพันวษา ฝ่ายเจ้าเชียงใหมได้ทรงทราบข่าวจึงส่งกองทัพมาดักชิงพระราชธิดาไปในระหว่างทาง สมเด็จพระพันวษาทรงทราบก็กริ้ว จะเสด็จยกทัพไปปราบ พระหมื่นศรีมหาดเล็ก ได้กราบบังคมทลู ว่าไม่ควรยกทัพหลวงไปควรให้ขุนแผนซึ่งเป็นทหารมีฝีมือเป็นทัพหน้าไปปราบก็เพียงพอแล้ว แต่ในขณะนี้ขนุแผนยังติดคุกอยู่สมเด็จพระพันวษาจึงโปรดให้พ้นโทษเป็นแม่ทพัยกไปตีเชียงใหม่ ขนุแผนกระทำ การได้สำเร็จ นำพระราชธิดา กลับคืนมาถวายได้ สมเด็จพระพันวษาจึงพระราชทาน รางวัลมากมาย ภายหลังขุนแผนได้ถวายดาบฟ้าฟื้น สมเด็จพระพันวษาก็ทรงรับไว้เป็นพระแสง ทรงสำาหรับพระองค์”
เมื่อเทียบเรื่องขุนช้างขุนแผนที่เป็นบทเสภาฉบับปัจจุบันน้ีกับเน้ือความในพงศาวดารคำให้การชาวกรุงเก่าแล้วก็จะเห็นว่าแตกต่างกันแต่ก็มีเค้ามูลเรื่องเดิมอยู่ ความแตกต่างและคลาดเคลื่อนนี้นับว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเรื่องนี้เล่าเป็นนิทานสืบต่อกันมานาน ในภายหลังเมื่อได้มีการนำมาแต่งเป็นบทขับเสภา ผู้แต่งก็คงได้แต่งเติมเน้ือเรื่องให้สนุกสนานและยาวขึ้น
เรื่องขุนช้างขุนแผนเกิดภายหลังที่มีเสภา สันนิษฐานว่าแต่เดิมเสภาคงขับเป็นนิทาน เฉลิมพระเกียรติพระเป็นเจ้าหรืออาจจะเฉลิมพระเกียรติทางพระเจ้าแผ่นดิน การนำเรื่องขุนช้าง ขุนแผนมาขับเสภานั้นคงจะมีขึ้นราวๆ รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเวลาหลังจาก เรื่องเกิดขึ้นเป็น ๑๐๐ ปี เดิมเป็นนิทานเล่ากันมาก่อน จนมีการขับเป็นทำนองลำนำประกอบ การเล่านิทาน คือ เล่าเรื่องแบบเล่านิทานธรรมดา พอถึงตอนสังวาส ตัดพ้อ ชมโฉม ชมดง จึงขับเสภา โดยแต่งเป็นกลอนสดๆ ขับโดยไม่มีปี่พาทย์ประกอบ ต่อมาจึงมีผู้ใช้กรับประกอบ ทำนองขับ ภายหลังได้มีผู้แต่งบทขับเสภาขึ้นในกรณีที่มีผู้ขับบางคนเสียงดีแต่ไม่ชำนาญ การแตง่ กลอน และได้การแต่งเป็นกลอนนิทานทั้งตอนในเวลาต่อมาในสมัยรัตรโกสินทร์ ตอนต้นมีคนขับเสภาครั้งกรุงเก่าเหลือมาบ้าง แต่ก็จำบทหรือได้บทมาเพียงไม่ก่ีตอน
 ~~ ประวัติผู้แต่ง ~~
วรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนมีกวีแต่งกันหลายคน ในปลายสมัยอยุธยาและในสมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น ตอนที่ไพเราะส่วนมากแต่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รชั กาลท่ี ๒) การแต่งเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนไม่นิยมบอกนามผู้แต่งเพียงงการสันนิษฐานผู้แต่ง โดยพิจารณาจากสำนวนการแต่งเท่าน้ัน เสภาขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา จึงไม่ทราบนามผู้แต่งท่ีแน่ชัด


~ เรื่องย่อ ~~ คร้ังหนึ่งสมเด็จพระพันวษาเสด็จประพาสสุพรรณบุรีเพื่อทรงล่าควายป่า ขุนไกรพ่อของ พลายแก้วมีหน้าที่ต้อนควายป่า เผอิญควายป่าแ...